ทักษะการคิดนวัตกรรมจากสิ่งที่มี (ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน)

เมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แนนมีโอกาสได้ฟังบรรยายจากพี่ตี๋ ธีรศักดิ์ วงศ์ปิยะ จากบริษัท BOLD Group Thailand เกี่ยวกับหัวข้อนี้ค่ะ พอฟังจบคิดว่าหัวข้อนี้น่าสนใจมาก เลยไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและมาบันทึกไว้ เผื่อช่วยจุดประกายสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการแก้ปัญหาโดยการใช้นวัตกรรม หรือการคิดเชิงสร้างสรรค์ค่ะ :)

บทความนี้ค่อนข้างยาวนิดนึงนะคะ สำหรับใครที่ไม่ได้อยากจะลงรายละเอียดของแต่ละเทคนิค สามารถข้ามส่วนของขั้นตอนแต่ละเทคนิคไปได้นะคะ :)

ystematic Innovation Thinking (SIT) เป็นวิธีการคิดเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ “แนวการคิดแบบอยู่ในกรอบ (Inside-the-box approach)” SIT เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักมองหาประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่มากกว่าการหาสิ่งที่ตัวเองต้องมีเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ต้องการ อย่างเช่น การพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากสินค้าที่มีอยู่ในมือ แล้วจึงเริ่มคิดว่าจะพัฒนาให้สินค้านั้นดีขึ้นได้อย่างไร…

SPARK EVENTS BY WEMANITY

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พอดีได้เข้าฟัง Webinar หัวข้อ Leadership in agile world, what does that mean? โดยคุณ Arie Van Bennekum เลยมาเขียน Blog แปะ VDO ไว้เผื่อใครอยากลองเข้าฟังแต่ยังไม่ทราบแหล่ะค่ะ

ส่วนด้านล่างเป็นเนื้อหาสรุปที่แนนได้จากที่ฟังนะคะ ถ้าฟังเองแล้วข้ามไปได้เลยค่ะ :D

สรุปเนื้อหา

  • เราแอจไจล์ทำไม? (Why are we doing agile?) มี 2 เหตุผลหลัก คือ

1. หลีกเลี่ยงความล่าช้า (AVOIDING DELAY): ยิ่งการแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้น ความเร็วในการออกตัวสินค้าหรือส่งคุณค่าให้กับตลาดยิ่งมีความสำคัญ​ แอจไจล์ช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อให้ทีมทำงานมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้ตามแผนที่วางไว้เมื่อจบ Sprint การที่ส่งมอบเอาต์พุตได้เร็วจะนำไปสู่การได้รับคำติชมและข้อเสนอแนะ (feedback) ที่รวดเร็ว…

หัวข้อนี้น่าจะมีคนเขียนกันเยอะพอสมควร ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่แนนขอบันทึกไว้ในแบบตัวเองเข้าใจและอยากจำนะคะ :)

ถ้าพูดถึงเส้นทางในการที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเชี่ยวชาญ ในวงการศิลปะการต่อสู้ (Martial Art) ของญี่ปุ่น 3 คำที่คุ้นเคยกันดี คือ คำว่า “SHU-HA-RI”

“SHU-HA-RI” (Kanji: 守破離 Hiragana: しゅはり)

เป็นวิธีคิดในการเรียนรู้เทคนิคใดเทคนิคหนึ่งจนกระทั่งเชี่ยวชาญ หรือ พูดง่ายๆ คือ ฝึกฝน เรียนรู้ จนเป็นเทพแหล่ะค่ะ

ใน SHU-HA-RI ได้อธิบายถึงลำดับขั้นของการเรียนรู้ จากเริ่มต้น (ก็คือไม่รู้เลย) ไปจนถึงกระทั่งเชี่ยวชาญไว้ 3–4 ขั้น (Stages) ตามนี้ค่ะ…

บันทึกจากการเรียนวันละ 1 ชั่วโมงแต่เช้าตรู่ (6.30–7.30 น.) จากคลาส Micro-Learning Agile Software Development ครั้งที่ 4 ณ วันที่ 17 ส.ค. 2564

คลาสนี้ที่เป็นการเรียนแบบโค้ชตามโจทย์คือ มีคำถามหรือปัญหาในงานจริงแล้วโค้ชไปตามนั้นค่ะ

คำถามวันนี้คือ:

เราสามารถวัดความสำเร็จ หรือประเมินระดับความเป็นแอจไจล์ (Agile Level) ของทีมทำงานในกระบวนการซอฟต์แวร์ได้หรือไม่?

คำตอบที่พี่หนุ่มให้ คือ:

ไม่มีตัววัดความสำเร็จ หรือวิธีประเมินความเป็นแอจไจล์ที่แน่นอน แอจไจล์เป็นเพียงวิธีปฏิบัติ ถ้าจะวัดความสำเร็จ ให้วัดที่การบริการจัดการโครงการดีกว่า

โดยการประเมินจะทำใน 2 ด้าน คือ

1. ในเชิงการบริหารจัดการโครงการ (Project Management)

ถ้าทีมนั้นใช้ Extreme Programming (XP) เป็นวิธีปฏิบัติในการทำงานซอฟต์แวร์อยู่ก็เช็คว่าทีมนั้น……

Image Credit:

The Great Remake เป็นหนังสือที่เขียนในมุมมองของนักเศรษฐศาตร์ที่เชี่ยวชาญด้านมหภาคอย่าง ดร. สันติธาร เสถียรไทย

ผู้เขียนเลือกเขียนเป็นภาษาไทย เพื่อต้องการสื่อสารถึงคนไทยโดยตรงเกี่ยวกับมุมมองในช่วงที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยจากหลายๆ ด้าน โดยชวนมองในแง่มุมต่าง ๆ และมองในหลากหลายระดับ รวมถึงนำเสนอสิ่งที่ควรทำในหลายระดับเช่นกัน ทั้งระดับประเทศ สังคม องค์กร และปัจเจก

ดร.สันติธาร …

บทความนี้เป็นแค่การอธิบายรูปข้างบนนะคะ

รูปข้างบนเป็นตัวอย่างของการวางแผนงานรายปี และการบริหารทีมงาน บริหารเวลาของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์

เป็นตัวอย่างจริงจากที่ทำงานเก่าของพี่หนุ่มเมื่อหลายปีก่อน พอดีพี่หนุ่มหยิบขึ้นมาอธิบายในคลาส

ส่วนตัวคิดว่าน่าสนใจดี อาจจะเป็นแนวทางสำหรับทีมอื่น ๆ ที่มีคนทำงานแนวๆ เดียวกันกับแบบนี้ หรือนำแนวทางไปประยุกต์ใช้เหมาะกับทีมงาน กับทรัพยากรที่ตัวเองมีก็น่าจะดี เลยอยากบันทึกตามความเข้าใจไว้ค่ะ

เริ่มเลยละกัน …

การวางแผนเชิงโครงการในระดับการส่งมอบงาน รอบการทำงาน และรอบวัน

การวางแผนระดับรอบการส่งมอบงาน (Release Planning)

ในระดับ ”การส่งมอบงานให้ลูกค้า” หรือที่เรียกว่าระดับ “Release”

ในช่วงการประชุมวางแผน (Release Planning Meeting) ก่อนที่ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์จะเริ่มต้นทำงาน ควรมีการพูดคุยก่อนเริ่มต้นทำงานในหัวข้อหลัก ๆ ประมาณนี้ค่ะ

การวางแผนในระดับต่างๆ สิ่งที่ต้องเตรียม ในการประชุมวางแผนระดับโครงการ

บันทึกเนื้อหาจากคลาส Agile Project Management in Practice ของพี่หนุ่มนะคะ
จากที่เรียนมาหลายรอบ เลยเอามาเขย่าๆ รวมกันว่าตัวเองเข้าใจแบบนี้ค่ะ…

การวางแผนและกำหนดเป้าหมายเป็นเรื่องหลักที่ “สำคัญและจำเป็นต้องทำ” สำหรับทั้งธุรกิจและการบริหารโครงการและจำเป็นต้องทำในทุกระดับชั้น จากรูปด้านบน ภายใต้การวางแผนหลากหลายระดับ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับใหญ่ ๆ คือ

1.

Image Credit: https://www.researchgate.net/figure/The-iterative-methodology_fig28_348706070

บันทึกในแบบที่เข้าใจจากคลาส 5 Days Micro-Learning Agile project Management in Practice in XP 1/2021 ของพี่หนุ่ม ประธานค่ะ

จากหัวใจของแนวปฏิบัติของทั้ง Framework และ Methodology ต่างๆ ภายใต้บริบทแอจไจล์ที่เป็นที่นิยม (ตามรูปด้านล่าง) มีวิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งร่วมกัน คือ Iterative Development และ Incremental Development ค่ะ

Suthasinee Lieopairoj

Interested in Biz, Tech, Books, Movies. Contact me : www.linkedin.com/in/suthasineelieo OR www.facebook.com/suthasinee.lieopairoj.1

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store